ประสบการณ์ตัดเล็บขบ การผจญภัย และความรู้ใหม่ๆที่ถ้าไม่เคยลองก็ไม่รู้หรอก

วันนี้แอดมินไปตัดเล็บขบมา ขอเล่านิดนึง จริงๆก็ก็ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ไม่มีไรมาก แต่ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะเลยล่ะ

บอกก่อนว่าแอดมินไม่ค่อยมีประสบการณ์กับการเข้าโรงพยาบาลเท่าไหร เคยเป็นไข้เลือดออก นานมาแล้ว ตอนเป็นเด็ก หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยได้ป่วยอะไรร้ายแรง กินยาก็หาย

แล้วเป็นเล็บขบได้อย่างไร ?
ก่อนอื่นเล่าก่อนว่าเล็บขบคืออะไร มันก็คือเล็บที่งอกออกไปทิ่มเนื้อด้านข้าง แทนที่มันจะงอกออกมาตรงๆตามปกติของมัน ทีนี้พอทิ่มแล้วมันก็เจ็บ รำคาญ นานเข้าก็เป็นหนอง ส่วนสาเหตุก็อาจมาจาก ใส่รองเท้าคับเกินไป ตัดเล็บผิดวิธี บลาๆๆ ช่างเถอะ !!!

ที่สำคัญคือแอดมินเป็นสองข้างเลย ชาติก่อนไม่ได้ทำบุญด้วยการบริจาครองเท้าสินะ เศร้าแปป โดยข้างขวาเป็นก่อน แต่ที่เจ๋งคือ แอดมินงัดเองได้หวะ  พอดึงเจ้าเล็บที่เลือกเดินเส้นทางผิดออกมาได้ เลือดถึงกับพุ่ง แต่มันก็ไม่รู้สึกเจ็บอีกเลยนะ ใครไม่เชื่อก็ลองดู ฮ่าๆๆ

ส่วนอีกข้าง (ข้างซ้าย) นี่แหละที่ทำให้ต้องไปโรงบาล

ก่อนหน้านั้น 2 เดือน

ด้วยความชำนาญในการตัดเล็บขบ (ข้างขวา) ที่ได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน ก็ลองมาตัดข้างซ้ายดูบ้าง ผลคือ ตัดไม่หมด ก็มันเจ็บนี่ เลยปล่อยไว้ ว่าจะมาตัดต่อคราวหลัง แต่ปรากฏว่าเนื้อมันงอกมาจากไหนไม่รู้ มาบังเล็บหมดเลย เลยไม่รู้จะทำไง ไปโรงบาลดีกว่า

หลังจากหาข้อมูลมานิดหน่อย โรงพยาบาลสามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคม ในการผ่าตัดถอดเล็บได้ อื้ม ดีแฮะ เลยหยิบบัตรประกันสังคมจากกระเป๋าตังค์ออกมาดู เป็นโรงพยาบาลตากสิน โอเค วันนี้ก็เลยตื่นตั้งแต่ 8.30 หลังจากที่นอนตี 3 เพราะไล่คิวฮีโร่ออฟนิวเอิร์ธอยู่

จากห้องนั่ง Taxi ไปก็แปปเดียวนะ รถไม่ติด และก็ได้บัตรคิวมา เลข 053 YEAH!!!

เซอร์ไพรส์แรก ทำไมเลขที่เค้าเรียกมันรันถึงหลัก 850+ แล้ววะ

ไม่เป็นไร นั่งรอประมาณ 10 นาที ในใจก็คิดไปเรื่อย กุกดบัตรคิวมาผิดอันป่าววะ ไปกดใหม่จะโดนเจ้าหน้าที่ด่าป่าววะ จำหน้าเราได้แล้วด้วย

หลังจากนั้นก็ได้ยินเรียกเลข 050 ที่ช่อง 2 ค่ะ โอ๊ยยโล่ง !!! มีเพื่อนแล้วววววว

พอทำบัตรเสร็จก็มารอที่หน้าแผนกศัลยกรรม รอได้แปปนึง ไม่นานเท่าไหร เออ นอกเรื่องแปป พอดีส่องพยาบาลทั่วชั้นที่ 1 แล้ว ไม่ยักกะมีพยาบาลสาวๆเลยแหะ หมดกำลังใจ

ทันใดนั้นเอง เค้าก็เรียก ในใจก็คิดว่า เร็วดีแฮะ เยี่ยมๆๆๆๆ เดินเข้าไปเจอเซอร์ไพรส์ที่สอง ขอบัตรวัดความดันด้วย เอาแล้วไง ทำไมไม่เห็นมีใครบอกมาก่อนเลยวะ ว่าต้องวัดความดันก่อน พยาบาลทำหน้านิ่งๆ ก่อนชี้มือไปที่เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ พอได้สลิปผลความดันเสร็จ ไม่ทันได้ดูแระ ว่าความดันตัวเองเท่าไหร ก็ยื่นให้พยาบาลเจ้าเดิม เธอทำหน้านิ่งๆ หน้ากลัวมาก พร้อมเอ๋ยเซอร์ไพรส์ที่สามว่า ยืนยันสิทธิ์ประกันสังคมหรือยังค่ะ ?

ห๊ะ ไม่เห็นมีใครบอกเลยนี่หว้าาาา ทำไงดี ทำไงดี ทำไงดี
และก็ต้องเดินกลับไปยืนยันประกันสังคมก่อน จนในที่สุดก็ได้พบว่า เขร้ ประกันสังคมย้ายแอดมินไปอยู่โรงพยาบาลราษฏร์บูรณะแล้วนี่หว่า ทันใดนั้น แอดมินก็เหมือนระรึกความจำแต่ครั้งก่อนได้ ว่าบัตรประกันสังคมใบใหม่ยังอยู่ในตู้เสื้อผ้าอยู่เลย เจ้าหน้าที่เลยแนะนำให้ไปทำที่ ราษฏร์บูรณะ

ผมนี่ช็อคเลย ฮาาา

โดยรวมพยาบาล เจ้าหน้าที่ ที่นี่ก็ใจดีนะ ถ้าไม่นับพยาบาลหน้านิ่งท่านนั้น

จากนั้นการผจญภัยครั้งใหม่จึงได้เริ่มต้นขึ้น 

"ไปโรงบาลราษฏร์บูรณะครับ" แอดมินบอก Taxi เค้าพยักหน้าเป็นสัญลักษณ์เชิญชวนให้ขึ้นมาบนรถ หลังจากนั้นแอดมินก็ช็อคต่อ เมื่อคนขับถามกลับมาว่า ไปเส้นนี้ใช่ไหมครับ พร้อมกับชี้มือไปด้านหน้า ในใจคิด "ผมจะรู้ไหมมม ผมไม่ใช่คนกรุงเทพคร้าบบบบพี่" และแอดมินก็ตอบเค้าไปด้วยการยื่นสมาร์ทโฟนอันจิ๋ว พร้อม Google Map ให้เค้าไป บอกเส้นถนนพี่เค้าไป และพี่เค้าก็ตอบกลับมาว่า "อ่อ พี่พอจะนึกได้แล้วล่ะ" คำนี้ทำให้ผมอุ่นใจยิ่งนัก

พอถึงโรงบาลราษฏร์บูรณะ ก็ 10 โมงนิดๆ ทำบัตร นั่งรอ นั่งรอ นั่งรอ เข้าห้องน้ำ โดนเรียก และก็ไปนอนบนเตียงที่มีคนป่วยอยู่ข้างๆ บางคนมาใส่เฝือก บางคนมาทำแผล ความรู้สึกตอนนั้นเริ่มอยากกลับบ้านแล้วล่ะ รอประมาณ 10 นาที หมอเข้ามาดู บอกเลยน่ารักมาก ใส่แว่นด้วย หมอกล่าวสั้นๆแต่เพียงว่า ต้องถอดเล็บนะค่ะ ความรู้สึกเหมือนต้องลาจากเล็บที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เกิด เศร้าใจยิ่งนัก

จากนั้นพยาบาลก็ฉีดยาชา "เจ็บหน่อยนะค่ะ ร้องได้ แต่อย่าสบัดเท้า" เอาแล้วไง แต่ก็ไม่เจ็บเท่าไหรนะ แล้วก็ถึงขั้นตอนถอดเล็บ แอดมินก็ไม่ได้ดูหรอก มันก็ชาๆ ไม่ได้เจ็บอะไร แปปเดียว หมอบอกถอดไปครึ่งเล็บนะค่ะ หลังจากนั้นแอดมินก็กลายเป็นคนพิการที่มีเล็บนิ้วเท้าแค่ครึ่งอัน จบ

ซะเมื่อไหร ได้ยา พาราโดเรม่อน กับยาฆ่าเชื้อ ล่ะมั้ง ถ้าจำไม่ผิด

แล้วก็จบลง กับการผจญภัย ตะลุย 2 โรงพยาบาลภายในครึ่งวัน สนุกดีนะ แต่หลังจากนี้
  • ต้องไปทำแผลที่โรงบาลทุกวัน ประมาณ 1 อาทิตย์ ไม่ได้ติดไรหรอก ติดอยู่อย่างเดียว รถติด ยิ่งหลังเลิกงานยิ่งติด เศร้าแปป
  • ห้ามโดนน้ำ คิดว่าคงต้องมีการ คิดวิธีอาบน้ำท่าใหม่ๆแล้วล่ะ
และวันนี้ก็จบลงด้วยการกิน Pepper Lunch เป็นข้าวเช้า 

ขอตัวไปนอนผักผ่อน และหวังว่าพรุ่งนี้แผลจะสมานด้วยดีเอ็นเอของวูฟเวอร์รีน โอยาซึมิ !!

ขอขอบคุณกระทู้  วันนี้ไปตัดเล็บขบมา ที่ทำให้แอดมินกล้าไปโรงพยาบาล

** ขออภัยไฟล์รูปโดนลบ อาจเสียอรรถรสในการอ่าน **

Popular posts from this blog

"yes" "yeah" "yep" เหมือนและต่างกันอย่างไร ?

แปลง Word to PDF เนียนขั้นเทพ บรรทัดตรงแป๊ะอย่างกะจับวาง

ทำความรู้จักกับ IC 555