[คิดแบบแอดมิน] หนึ่งคนรู้ สองคนรู้ สามคนไม่รู้ ความลับคืออะไร จะดีไหมถ้าโลกนี้ไม่มีความลับ

มีคำถามสมัยเด็กข้อนึงที่แว๊บเข้ามาในหัวแอดมิน คำถามถามว่า "อะไรเอ่ย หนึ่งคนรู้ สองคนรู้ สามคนไม่รู้ ?" เรียกได้ว่าใครที่พอมีประสบการณ์ หรือแก่มาได้สักระยะนึงแล้ว คงจะเคยได้ยินคำถามทำนองนี้กันมาบ้าง

คำตอบของมันก็ง่ายๆครับ คือ "ตด" แต่ประเด็นใหญ่ที่เราจะพูดกันในวันนี้ไม่ใช่เรื่องของการผ่ายลมแน่นอน แฮร่ เพราะมันคือเรื่องของ "ความลับ"

ความลับ คืออะไร ?
  • ตามพจนานุกรมไทย มีความหมายว่า เรื่องที่ควรปกปิด 
  • ความลับมักเป็นข้อมูลที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม คนเดียวก็ได้ หลายคนก็ยังเรียกได้

หลายคนคงคุ้นเคยกับวลีที่ว่า "ความลับไม่มีในโลก" ไม่รู้ว่าใครกล่าวไว้เป็นคนแรก ที่สามารถพูดได้ดังนี้ เพราะว่าต้องมีอย่างน้อย 1 คนที่รู้ความลับ ดังนั้นถ้ามี 1 คนที่รู้ความลับ มันจึงไม่ได้เป็นความลับสำหรับคนๆนั้น แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าคนๆนั้นตายไปล่ะ ความลับก็จะไม่มีอยู่ดี เพราะอย่างน้อยความลับมันจะต้องมีตัวตน เพียงแต่จำนวนคนที่เก็บความลับอาจมีมากหรือน้อยก็ได้

แล้ว !!! ถ้าไอ้คนที่ตายไปจดความลับนั้นไว้ในกระดาษล่ะ ความลับก็ไม่มีในโลกอยู่ดี เพราะไม่มีใครรู้ว่ามีกระดาษความลับซ่อนอยู่ ทางคณิตศาสตร์จึงนิยามให้มันเป็นศูนย์ แต่ถ้าเกิดว่ามีคนเจอกระดาษนั้น โดยที่ไม่ทราบมาก่อนว่ากระดาษนั้นคือความลับ มันก็จะไม่ใช่ความลับครับ โอเครผมว่าคงงงกันอยู่แน่นอน เพราะขนาดแอดมินเขียนเองยังงงนิดๆเลย ฮร่าา

แต่ !!! ถ้าไอ้คนที่ตายไป มันบอกก่อนตายว่า ข้ามีวันพีซซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่งนึง ไปหากันซะ แล้วเจ้าจะได้เป็นเจ้าแห่งโจรสลัด ล่ะแมร่งก็ชิงตายไปซะงั้น ตอนนี้มันจะเกิด ความลับขึ้นมาแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าไอ้เจ้าวันพีซมันจะมีหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็คือความลับของไอ้คนตายหนะเอง 

เราจึงกล่าวได้ว่า ความลับคือ ปริศนาที่คนที่ไม่รู้คำตอบของปริศนาเท่านั้น จะเป็นตัวบอกว่ามีความลับหรือไม่ กล่าวได้อีกอย่างก็คือ จำนวนของคนที่ไม่รู้คำตอบของปริศนา เป็นตัวแปรที่บอกว่า มีความลับหรือไม่ ? ยกตัวอย่าง ถ้ามีหนึ่งคนขึ้นไปที่รู้ว่ามีปริศนาแต่ไม่รู้คำตอบ เราสามารถเรียกนั่นว่าความลับได้ 

เข้าเรื่องๆ จะดีไหมถ้าโลกนี้ไม่มีความลับ
  • ถ้าเราสามารถเข้าถึงความลับได้ทุกอย่างบนโลก สามารถอ่านความคิดของใครก็ได้ ไม่มีการปิดกั้นใดๆ มีเสรีในการเข้าถึงความคิดทุกอย่าง
  • ไม่มีคนโง่ คนฉลาด ทุกคนเท่าเทียมกัน ครูและนักเรียนมีความรู้เท่ากัน เท่ากับนักวิทยาศาตร์เก่งๆเลยด้วยซ้ำ
  • ไม่มีการโกง คอรัปชั่น
  • อาชญากรรมจะน้อยมาก เนื่องจากทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ ไม่ต้องมีเครื่องจับเท็จล่ะ
  • มาถึงตรงนี้เราจะเข้าสู่โลกที่ไม่จำเป็นต้องมีรหัสผ่าน 
  • ทลายงานทางด้านความลับ ทั้งงานด้านการทหาร ความลับบริษัท นักแต่งนิยาย นักเขียนบทละคร งานที่ต้องใช้ความลับทั้งหมดจะกลายเป็นอาชีพที่ค่อยๆตายไป 

ลองคิดเล่นๆดูก็สนุกดีนะ เพื่อนๆมีความคิดเห็นอย่างไร อย่าลืมคอมเม้นท์ด้านล่าง แล้วเจอกัน บัย !!



Popular posts from this blog

"yes" "yeah" "yep" เหมือนและต่างกันอย่างไร ?

แปลง Word to PDF เนียนขั้นเทพ บรรทัดตรงแป๊ะอย่างกะจับวาง

วิธีแก้ Application Blocked by Security Settings บน Windows